[EWAW3] Kuala Lumpur @ Malaysia

posted on 25 Apr 2014 22:23 by seiji606 in ewaw
 
 
 
 
 
 

ชื่อเมือง - กัวลาลัมเปอร์

ประเทศ - มาเลเซีย

ทวีป - เอเชีย

ชื่อ - กีฟายาท จามาลุดดิน Kifayat Jamaluddin

อายุ - 16

สาย - วิทย์

เพศ - ชาย

สีผม/สีตา - ดำ

ส่วนสูง - 172

น้ำหนัก - 60

ภาษา – ภาษาหลักที่ใช้คือมลายูและอังกฤษ เนื่องจากประชากรในเมืองมีทั้งชาวมาเลย์ จีน และอินเดีย จึงพูดได้ทั้งจีนกวางตุ้ง จีนแมนดาริน จีนแคะ ทมิฬ มาลายาลัม ฮินดี เตลูกู และปัญจาบี

แผนการเรียน - วิทย์

 

 (โสร่งสั้นไปหน่อย ความจริงยาวกว่านี้นิดนึงนะ orz)

 

ลักษณะเมือง

กัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) หรือ เคแอล (KL) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในมาเลเซีย ครอบคลุมพื้นที่ 243 กิโลเมตร (94 ตารางไมล์) ประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน หนึ่งในเมืองที่เจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและประชากรที่เร็วที่สุดในประเทศ ศูนย์กลางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการบริหารของประเทศ

เป็นที่ตั้งของรัฐสภามาเลเซีย ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคณะบริหารและตุลาการ ซึ่งย้ายไปตั้งที่ปุตราจายาตั้งแต่ปี 1999 แต่คณะตุลาการบางส่วนยังคงอยู่ในกัวลาลัมเปอร์

 

 

ประวัติเมือง

ประวัติศาสตร์ของกัวลาลัมเปอร์เริ่มต้นในช่วงกลางของศตวรรษที่ 19 พร้อมกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการสกัดดีบุก

ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1857 โดยกลุ่มคนงานเหมืองที่ค้นพบแร่ดีบุกบริเวณสันดอนปากแม่น้ำซึ่งแม่น้ำกอมบักและแม่น้ำกลังมาบรรจบกัน

ถูกค้นพบอย่างเป็นทางการโดยกัปตัน Yap Ah Loy กัปตันเรือชาวจีนที่ได้รับภารกิจจากสุลต่านให้นำชาวจีนที่เร่ร่อนเข้าไปจัดระเบียบและตั้งถิ่นฐานที่นั่นในปีค.ศ.1880

 

Capital of Federated Malay States

ปี 1887 กัวลาลัมเปอร์ได้เป็นเมืองหลวงของรัฐ ช่วงนั้นเองที่เมืองได้ชื่อว่ากัวลาลัมเปอร์ มีความหมายว่า สันดอนที่เป็นโคลนตม , จุดบรรจบของโคลน , ปากแม่น้ำโคลน /อะไรเทือกนั้น(?) ชื่อนี้มาจากการอินเตอร์เซกต์ของแม่น้ำกอมบักและแม่น้ำกลัง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศ 

ราชวงศ์สลังงอร์ใช้พื้นที่นี้เป็นแหล่งค้าดีบุกทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ขยายตัวขึ้น จนเป็นเมืองสำคัญในดินแดนสลังงอร์ ในที่สุดปี1896 หมู่บ้านเล็กๆนี้ได้พัฒนาเป็นเมืองหลวงของสหพันธรัฐมาเลย์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และกลายเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดในคาบสมุทรมลายู  ในช่วงนั้นเมืองพัฒนาขึ้นไวมาก เมืองหลวงใหม่นี้ดึงดูดผู้คนมากมายจากหลายวัฒนธรรม และในไม่ช้าก็กลายเป็นจุดหลอมรวมวัฒนธรรมของเอเชีย พื้นที่พิเศษถูกสร้างขึ้นในเมืองในแต่ละจุด แต่ละพื้นที่เป็นที่อยู่ของชุมชนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันไป อย่างเช่นจีน อินเดีย ยุโรป และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเลย์

 

Colonial times

ระหว่าง 1913 - 1957 เมืองตกอยู่ภายใต้อำนาจของอังกฤษ พวกบริติชต้องการให้เมืองพัฒนาขึ้นโดยเร็วจึงมีการสร้างระบบถนน ทางรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ นอกจากนี้ยังปลูกสร้างอาคารตามแบบอาณานิคมในทุกๆที่ของเมือง

เมื่ออังกฤษเข้ามามีบทบาทในการจัดการกับดีบุกมากขึ้นก็ทำให้เกิดสงครามชิงพื้นที่ทำเหมืองดีบุก..

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากกองทัพญี่ปุ่นออกไปแล้วพวกอังกฤษกลับมาก็ยังคงถูกอังกฤษกดขี่เหมือนเดิม ภายหลังอังกฤษสูญเสียอาณานิคมทั้งในเคแอลและทั้งประเทศ มาเลเซียจึงเปิดรับอิทธิพลใหม่ในช่วงที่ระบอบคอมมิวนิสต์เจริญรุ่งเรือง

แม้ว่าภายหลังอังกฤษจะได้อำนาจกลับมา แต่นั่นก็สายไปแล้ว ประชาชนต้องการกำหนดแบบแผนของตนเอง พวกเขาต้องการอิสรภาพ ปี1957 พวกเขาเรียกร้องอิสรภาพสำเร็จ พวกอังกฤษยอมออกไปจากประเทศ เคแอลยังคงเป็นเมืองหลวงต่อไปแม้ว่าระบบการบริหารในเมืองยังไม่ถูกต้องดี ซึ่งเป็นอย่างนั้นไปจนกระทั่งปี 1972 เมื่อทั้งเมืองได้เป็นอิสระและมีรัฐบาลเป็นของตนเอง

 

Kuala Lumpur and Vision 2020

จากปี 1981 เป็นต้นมา เมืองพัฒนาเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อน เนื่องมาจากส่วนหนึ่งของการทำงานของรัฐบาลในสมัยนั้น (ดร.มหาเธร์ นักการเมืองพรรคอัมโน ถือเป็นผู้สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจของมาเลเซียอย่างมาก) ด้วยวิสัยทัศน์2020 (Vision 2020) ของเขาที่เปลี่ยนมาเลเซียให้เป็นประเทศที่ทันสมัย กัวลาลัมเปอร์ได้เป็นมหานครอย่างแท้จริง เครือข่ายถนน ทางรถไฟ และรถไฟฟ้า มีอยู่รอบๆเมือง ศูนย์บริการธุรกิจของกัวลาลัมเปอร์อยู่ในอันดับท็อป10 ของศูนย์บริการธุรกิจและเมืองเชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตึกแฝดเปโตรนาสกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ทำให้เห็นได้ว่าประเทศอิสลามอย่างมาเลเซียสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างทันสมัยได้ สมกับที่กล่าวว่า ‘มาเลเซีย โบเละห์!’ (มาเลเซียทำได้!)

 

 

Timeline history Kuala Lumpur

1857 ถูกพบโดยคนงานเหมืองดีบุก

1862 กัวลาลัมเปอร์โตขึ้นอย่างรวดเร็ว คนงานเหมืองหน้าใหม่ๆจากทั่วโลกแห่กันมาทำงานที่นี่ เพราะงั้นเลยทำให้มีความขัดแย้งอยู่เนืองๆ (....)

1869 กับตัน Yap Ah Loy (หยับอร่อย #ไม่) สร้างกฏหมายและจัดระเบียบให้เมือง

1880 อังกฤษมาช่วยพัฒนาบ้านเมืองเลยทำให้เมืองทันสมัยขึ้น

1887 ได้เป็นเมืองหลวงของรัฐสลังงอร์

1896 ได้เป็นเมืองหลวงของ The Federated Malay States

1946 ได้เป็นเมืองหลวงของ Federation of Malaya

1957 31สิงหาคม มาเลเซียประกาศเอกราช

1963 ได้เป็นเมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย

1974 มีรัฐบาลกลางและคณะบริการเป็นของตัวเอง

1999 คณะบริหารและตุลาการย้ายไปตั้งที่ปุตราจายา

2007 ครบรอบ50ปีที่ได้เป็นเมืองหลวงของมาเลเซีย /มาเลเซีบประกาศเอกราชครบ50ปี

 

 

นิสัย

-           เป็นคนเปิดเผย อัธยาศัยดี มีไหวพริบ แอคทีฟ มั่นใจในตัวเอง มั่นคง ทะเยอทะยาน

-           พูดจาฉะฉาน พูดตรง ถ้าไม่พอใจอะไรจะแสดงท่าทางประชดแบบดูออกอ่ะว่าไม่พอใจ (…)

-           มองโลกในแง่ดี เป็นมิตรกับทุกคน (ล่ะมั้ง…) ดีมาดีตอบ ร้ายมากวนตอบ

-           โตเร็ว… #เกี่ยวมั๊ย

-           รักอิสระ ไม่ชอบความกดดัน ยิ่งถูกกดดันจะยิ่งกวนประสาทนะบอกไว้ก่อน—

-           ชอบมองไปที่อนาคตมากกว่าย้อนไปนึกถึงอดีต ต้องการพัฒนาตัวเองให้ถึงที่สุด

-           หัวการค้า ได้รับอิทธิพลนี้มาตั้งแต่พวกจีนเขามา

-           นับถืออิสลามและเคร่งศาสนา ..เคร่งพอสมควรล่ะ

-           ภูมิใจในเอกราช เห็นงี้ก็ชาตินิยมนะ อย่าหยามแม่ผม…

 
ช่องทางติดต่อ
Twitter - EWAW_KL
 
--------------------------------------------------
 
หมดโควต้าจนได้
ฝากลูกคนสุดท้าย(?)สำหรับบล็อกนี้ด้วยนะครับ 55
 

Comment

Comment:

Tweet

รหัสประจำตัวคือ 141005 ค่ะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจคอมมูเรานะคะ big smile

#1 By Exteen World Academy on 2014-04-27 16:29