[EWAW] - Purim @Jerusalem /เทศกาลปูริม

posted on 26 Oct 2013 19:30 by seiji606 in ewaw


 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia
 
ซึ่งสมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ 
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 
 
----------------------------------------------------
 

รหัสนักเรียน : 132004

ชื่อเมือง/รัฐและชื่อประเทศ : Jerusalem / Israel

ชื่อนักเรียน : Salem Melchizedek

http://seiji606.exteen.com/20130812/ewaw2-jerusalem-israel-10017

 

 
 
 
 
ฮาโลวีน?
 
ที่บ้านฉัน ไม่มี.. แต่ถ้าเป็นเทศกาลที่คล้ายๆกัน ..ก็มีอยู่
จุดเริ่มต้นของเทศกาลนี้ มาจากสาวชาวยิวคนหนึ่ง ที่ได้เป็นราชินีแห่งเปอร์เซีย
โอ้ ฃื่อเทศกาลนั้นคือ ปูริม แปลว่าสลาก มีที่มาจากการทอดสลากของฮามานที่จะหาวันประหารพวกยิว

ไม่ได้จัดในเดือนตุลาคม จัดในวันที่14ของเดือนอาตาร์ เอ่อ...มีนาคมน่ะ
เดือนอาตาร์เป็นเดือนที่12ตามปฏิทินยูดาย เทียบกับปฏิทินสากลแล้วก็คือเดือนมีนาคม
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดือนอาตาร์ 
http://www.oknation.net/blog/pattamarot/2012/03/10/entry-1
เนื่องจากฮามานออกคำสั่งจะฆ่าชาวยิวในวันที่13 เมื่อถึงวันนั้นชาวยิวกลับได้รับการปกป้องอย่างน่าอัศจรรย์ วันรุ่งขึ้นคือวันที่14จึงมีการเฉลิมฉลอง
เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทศกาลนี้ จำเป็นต้องรู้เรื่องราว ความเป็นมา
พวกเธอจะ..หาอ่านเอาเองก็ได้ อยู่ในไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม หนังสือเอสเธอร์
ถ้าขี้เกียจฟังฉันเล่าน่ะนะ.. /หัวเราะ/
 
และ.. ก่อนเริ่มเล่า ขออธิบายเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ อ๊ะ หมายถึงหนังสือเอสเธอร์น่ะ
 
พระธรรมนี้เกี่ยวกับราชินีชาวยิวแห่งเปอร์เซียที่เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยพวกพ้องของตนเอง
อยู่ในพระคริสตธรรมคัมภีร์(ไบเบิล)ภาคพันธสัญญาเดิม
สำหรับคาทอลิกคือบทที่14
ส่วนโปรเตสแตนท์คือบทที่12
 
พระธรรมนี้เรียกได้หลายแบบ หนังสือเอสเธอร์ คัมภีร์แห่งเอสเธอร์ เมลิกัสเอสเตร์ ภาษาอังกฤษใช้ Book of Esther อักษรย่อของพระธรรมนี้คือ อสธ
 
บุคคลหลักๆที่ปรากฏ คือ

- ราชินีเอสเธอร์ สาวชาวยิวที่ได้รับแต่งตั้งเป็นราชินีแห่งเปอร์เซีย

[Tel Aviv (C ver.) as Queen Esther] @wearewailing 

- กษัตริย์อาหสุเอรัส กษัตริย์แห่งเปอร์เซีย [ไม่มีรูป]

- โมเดรคัย ลุงบุญธรรมของเอสเธอร์ 

[Jerusalem as Mordechai]

- ฮามาน ที่ปรึกษาของกษัตริย์อาหสุเอรัส 

[Haifa as Haman] @onamiokio 

 
 
 
เริ่มเล่าเลยแล้วกัน เนื้อหาค่อนข้างยาว ..ล่ะมั้ง

อ้อ สามารถอ่านเรื่องฉบับเต็มได้ที่นี่นะ
 
youtube - Purim Animated 
 
ในรัชสมัยของกษัตริย์อาหสุเอรัต (เป็นกษัตริย์ผู้ทรงครอบครองตั้งแต่ประเทศอินเดียถึงประเทศเอธิโอเปีย เหนือหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดมณฑล) พระองค์ชื่นชอบการจัดงานสังสรรค์รื่นเริง มีอยู่วันหนึ่งพระองค์เรียกราชินีของพระองค์ที่มีชื่อว่า วาชติ ให้ออกมาโชว์ตัวกับพวกข้าราชบริพาร แต่นางปฏิเสธ จึงถูกพระองค์สั่งประหาร เนื่องจากคิดว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้บรรดาผู้หญิงทุกชนชั้นจะพากันแข็งข้อต่อสามี และประกาศหาราชินีองค์ใหม่
 
โมเดรคัย ฃายแก่เชื้อสายยิวที่ถูกต้อนมาอยู่ที่เปอร์เซียเมื่อนานมาแล้ว เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นขอทานแถวๆพระราชวัง พอเขาได้ข่าวนี้ก็รีบบอกกับหลานสาวกำพร้าที่ตนเลี้ยงอยู่ชื่อ เอสเธอร์ ให้เสนอตัวไปคัดเลือก เพราะอยากให้หลานสาวได้มีชีวิตที่สุขสบาย เอสเธอร์เป็นสาวน้อยหน้าตาสวยงาม กำพร้าทั้งพ่อและแม่ โมรเดคัยเป็นคนเลี้ยงดูไว้เพราะสงสาร และเขาย้ำกับเอสเธอร์ว่า ห้ามบอกใครว่าชาติกำเนิดของเธอนั้นคือยิว เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายได้
 
เอสเธอร์และสาวงามนับร้อยคนพักอยู่ในวังเพื่อรอคอยการได้รับแต่งตั้งเป็นราชินีจากกษัตริย์อาหสุเอรัต ในที่สุดเอสเธอร์ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นราชินี 
เนื่องจากนางเป็นตนเดียวที่ไม่ต้องการของกำนัลใดๆจากพระองค์ 
 
ในดินแดนเปอร์เซีย ไม่มีใครรู้ว่านางเป็นชาวยิว นอกจากโมเดรคัย
 
หลังจากพิธีอภิเสกสมรสได้ไม่นาน โมเดรคัยได้ยินคนสองคน(บิกธานาและเทเรช)คุยกันเรื่องการปองร้ายพระราชาเข้า เขารีบนำเรื่องนี้ไปบอกเอสเธอร์เพื่อให้ทูลพระราชา
พระราชาถามนางว่าใครเป็นคนได้ยิน นางตอบว่าโมเดรคัย เมื่อพิสูจน์เรื่องที่โมเดรคัยพูดทั้งหมดได้แล้วว่าเป็นความจริง สองคนนั้นจึงถูกตัดสินประหาร
โมเดรคัยทำความดีความชอบให้กษัตริย์ ชื่อของเขาและเหตุการณ์นั้นจึงได้รับการบันทึกลงพงศาวดาร
 
ไม่นานพระราชาได้แต่งตั้งฮามาน เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินคนใหม่ เขาจะมีศักดิ์ศรีมากกว่าใครๆ ผู้คนทั้งหลายต้องให้การเคารพเขาเช่นเดียวกับที่เคารพกษัตริย์ ฮามานรู้สึกทะนงตนเป็นอย่างมากเมื่อเห็นประชาชนทุกคนเคารพเขา
ยกเว้นโมเดรคัยซึ่งไม่ยอมเคารพ เพราะเขาเป็นชาวยิว เขาจะเคารพเพียงพระเจ้าเท่านั้น
เมื่อทราบเช่นนั้นฮามานจึงรู้สึกหมั่นไส้ไม่พอใจ เขาวางแผนแก้แค้นโมเดรคัยและชาวยิวทุกคน แลดูพาลเนอะ..
เขาไปทูลกษัตริย์ว่ามีชนชาติหนึ่งไม่ยอมเคารพเขา จึงขอลงโทษ กษัตริย์ตอบกลับมาว่าสามารถลงโทษได้ถ้าเห็นสมควร ให้นำแหวนตราของท่านประทับลงบนคำสั่งของเขา
 
ฮามานไม่รอช้า เขาให้คนเขียนกฤษฎีกาแจกจ่ายไปยังเจ้าเมืองทั้งหลายทุกมณฑลให้ฆ่าชาวยิวให้หมด
คำสั่งนั้นก็แจกจ่ายไปทั่วอาณาจักร ชาวยิวในอาณาจักรต่างพากันหลวดกลัว
เมื่อโมเดรคัยรู้ข่าวเขาก็โรยขี้เถ้าใส่ศีรษะตัวเองและแต่งกายไว้ทุกข์เพื่อแสดงถึงความเศร้าโศกของตน
เมื่อนางเอสเธอร์เห็นพฤติกรรมที่แปลกประหลายของเขาจึงสั่งขันทีให้ไปดูว่าเดิดอะไรขึ้น 
 
เมื่อทราบข่าวแล้ว โมเดรคัยฝากบอกให้นางไปทูลเรื่องนี้กับกษัตริย์ พระนางบอกว่าการเข้าเฝ้ากษัตริย์โดยไม่ได้รับอณุญาตินั้นมีโทษถึงตาย ไม่เว้นแม้แต่พระนางซึ่งไม่ได้รับอณุญาติเข้าเฝ้าพระองค์มาหลายสิบวันแล้ว นางเศร้าใจมากถึงกับไม่ยอมกินอาหาร
 
ขันทีจึงนำเรื่องนี้กลับไปบอกโมเดรคัย โมเดรคัยตอบว่า ข้าเข้าใจเรื่องนั้น แต่การที่พระนางได้เป็นราชินีนั้นอาจเป็นเพื่อไว้ช่วยพวกเราในยามวิกฤตอย่างนี้ก็ได้ 
เมื่อได้ยินดังนั้นแล้วนางจึงตัดสินใจไปเข้าเฝ้าพระราชา แม้การกระทำครั้งนี้อาจมีโทษถึงตายแต่นางเห็นแต่ชีวิตของพี่น้องร่วมชาติ และตระหนักว่านางผู้เดียวเท่านั้นที่อาจช่วยได้
พระราชางงกับการเข้าเฝ้าอย่างเร่งด้วนของนางเอสเธอร์ แต่ก็พอพระทัยกับความงามของเครื่องทรงของพระนาง จึงยื่นคทาให้เพื่อเป็นการอภัยโทษ = พระองค์ไม่ว่าอะไรนางนั้่นเอง
 
นางเอสเธอร์ทูลให้พระองค์และฮามานไปงานเลี้ยงที่ตำหนักของนาง พระองค์และฮามานก็รับคำเชิญไว้
 
ก่อนจะถึงวันที่จะไปงานเลี้ยงนั้นฮามานเอาเรื่องของโมเดรคัยไปบอกภรรยาของเขา
ภรรยาของเขาแนะนำว่าให้ทำตะแลงแกงเตรียมแขวนคอประหารพวกยิวได้เลย ฮามานจึงสั่งจัดทำทันทีและเก็บไว้ค่อยบอกพระราชาในวันพรุ่งนี้เช้า
 
แต่ในคืนนั้นพระราชานอนไม่หลับจึงเรียกให้อาลักษณ์มาอ่านหนังสือพงศาวดารถวาย เมื่ออ่านถึงเรื่องของโมเดรคัยพระองค์ทรงตระหนักว่าเขายังไม่ได้รับรางวัลเลย ขณะนั้นฮามานมาเ้ข้าเฝ้าพระองค์พอดี พระองค์จึงถามฮามานว่าท่านควรจะให้อะไรกับคนที่ท่านพอใจมากดี?
ฮามานคิดในใจว่าคนที่หมายถึงนั้นคงเป็นเขาแน่ๆ จึงตอบว่าให้เขาสวมฉลองพระองค์และนั่งบนหลังม้าทรง จากนั้นให้ขุนนางผู้ใหญ่ที่สุดป่าวประกาศไปตามถนนว่านี่คือผู้ที่พระราชาพอพระทัย
 
พระองค์เห็นด้วย จึงบอกฮามานว่าให้ทำอย่างนี้กับโมเดรคัย
ฮามานหน้าแตก เขาทั้งโกรธทั้งอับอายที่ถูกบังคับให้ทำแบบนั้นกับโมเดรคัยที่เขาไม่ชอบ 
ทั้งที่สิ่งที่เขาทูลพระราชานั้นคือสิ่งที่เขาคิดว่าเขาจะเป็นคนได้รับ
 
เมื่อพิธีนั้นเสร็จสิ้นฮามานก็กลับบ้านไปอย่างอัยอายขายหน้า เขาเล่าเรื่องนี้ให้ครอบครัวฟัง
เขาคิดวิธีแก้แค้นได้แล้วเพราะพระราชาประทับคำสั่งอณุญาตให้ประหารชาวยิวได้ คำสั้งของพระองค์นั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ถึงเวลางานเลี้ยงพอดี เขาจึงออกไปงานเลี้ยงก่อน
 
ในงานเลี้ยง
พระราชาบอกนางเอสเธอร์ว่านางกล้าเข้าเฝ้าพระองค์เพียงแค่ชวนมาที่นี่เท่านี้เองหรือ? นึกว่าจะมีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกเสียอีก
นางตอบว่ามีสิ นางจะทูลขอชีวิตของนางและประชาชนของนางที่ถูกปองร้าย พระองค์ถามว่าใครปองร้าย?
นางชี้ไปที่ฮามาน
 
พระองค์เพิ่งได้ทราบว่ามเหสีของพระองค์เป็นชาวยิว และฮามานล่อลวงให้พระองค์ประทับคำสั่งให้ประหารยิวทุกคน พระองค์ลุกจากโต๊ะเสวยด้วยความพิโรธ
ขณะนั้นฮามานก็ไปร้องขอชีวิตจากนางเอสเธอร์ แต่สายไปเสียแล้ว ข้าราชบริพารรู้ว่าฮามานต้องถูกประหารแน่ๆจึงนำผ้ามาคลุมศีรษะฮามาน
 
พระราชาทราบว่าฮามานสร้างตะแลงแกงขึ้นเพื่อหวังจะแขวนคอโมเดรคัย
จึงสั่งว่าให้ฮามานไปแขวนคอบนตะแลงแกงที่เขาสร้างนั้นแหละ
ส่วนนางเอสเธอร์จะได้รับทรัพย์สินทั้งหมดจากฮามานเป็นการปลอบขวัญ 
ภายหลังพระองค์รู้ว่าโมเดรคัยเป้นญาติของนาง จึงให้โมเดรคัยอยู่ในตำแหน่งของฮามานแทน
 
สองสามวันต่อมานางเข้าเฝ้าพระองค์อีกเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป
นางบอกว่าถ้าพระองค์รักนางให้ยกเลิกคำสั่งนั้นเสีย แต่ตามกฏหมายของเปอรืเซียแล้วไม่มีใครยกเลิกคำสั่งที่ประทับตาแล้วได้ ไม่เว้นแม่แต่พระองค์เอง
พระองค์จึงออกคำสั่งใหม่ให้อณุญาติให้ชาวยิวทุกคนป้องกันตนเองได้หากถูกรังแก 
 
เจ้าเมืองทุกเมืองต่างได้รับข่าวนี้ พวกเขาคิดว่าในเมื่อพระองค์ทรงโปรดชาวยิวแล้วพวกเขาก็ควรจะทำดีต่อชาวยิวด้วย
 
ในวันที่13ของเดือน12 พวกชาวยิวทั่วอาณาจักรเปอรืเซียรวมตัวกันป้องกันศัตรูโดยมีพวกเจ้าเมืองให้ความช่วยเหลือ พวกเขาจึงกระทำการสำเร็จ
 
พระราชาออกคำสั่งอีกว่าในวันที่13ของเดือน12ทุกปีจะให้มีการฉลองที่ชาวยิวปลอดภัยจากศัตรู เป็นวันแห่งการชื่นชมยินดี มีการให้ของขวัญแก่กัน เรียกว่าเทศกาลปูริม
 
...จบล่ะ
 

เข้าเรื่องของเทศกาล

ในวันแรกของเทศกาล ชาวยิวจะอดอาหารตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนถึงอาทิตย์ตกเพื่อเป็นการระลึกถึงการที่นางเอสเธอร์อดอาหาร วันต่อมาผู้คนจะแต่งตัวแฟนตาซีสวยงาม เด็กผู้หญิงชอบแต่งเป็นนางเอสเธอร์ ใส่ชุดสีขาว เด็กชาย ก็จะแต่งเป็นทหาร ตำรวจ อะไรแล้วแต่ที่อยากเป็น แต่ก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย สมัยนี้แต่งเป็นนินจาเต่า โงกุน อวตาร ไปจนถึงเป็น ซัดดัม บินลาเดน เลดี้กาก้า อะไรไม่รู้ (…..) การแต่งตัวแฟนซีเป็นสัญลักษณ์ของการที่ฮามานโดนฆ่าโดยตะแลงแกงที่ตัวเองสร้างขึ้น ประมาณว่าเปลี่ยนจากหน้้ามือเป็นหลังมือ มีการเล่นการละเล่นที่เรียกว่า ปูริมสปีล 
 
กิจกรรมหลักๆที่ทำกันมีอยู่4อย่าง
- อ่านและเล่าเรื่องราวของเอสเธอร์ (เมลิกัทเอสเตร์) 
- รับประทานฮามานตาฃิน
- บริจาคให้คนจน ขอทาน
- ให้ของขวัญกับเพื่อ เพื่อนบ้าน คนรู้จัก เรียกว่า มิชโลอาคฮ มันโนท
 
การทักทาย
ภาษาฮีบรู - Chag Purim Sameach (Happy Purim Holiday สุขสันต์วันหยุดปูริม)
ภาษายิดดิช - Freilichin Purim (Happy Purim สุขสันต์ปูริม)
ภาษาละติน - Purim Allegre (Happy Purim สุขสันต์ปูริม)

ปูริมสปีล (Purim Spiel)
เป็นชื่อของการ์ตูนแนวประวัติศาสตร์เกินจริงที่พยายามถ่ายทอดความกล้าหาญของนางเอสเธอร์ โดยศตวรรษที่18 ในบางส่วนของยุโรปตะวันออก การละเล่นในเทศการปูริมได้พัฒนาขึ้นเป็น broad-ranging satires (ผปค.แปลไม่ออก /ซับ) พร้อมมีดนตรีสังสรรค์และการเต้นรำเป็นเรื่องราวของนางเอสเธอร์ ในช่วงกลางศตวรรษที่19ก็มีการแสดงเป็นเรื่องราวอื่นๆในไบเบิลนอกเหนือจากเรื่องของนางเอสเธอร์

ฮามานตาเชน (กระเป๋าของฮามาน /Haman's pockets) หรือ โอเชนฮามาน (หูของฮามาน)
เป็นขนมคล้ายๆคุกกี้ เป็นสัญลักษณ์ของหูของฮามาน มีไส้ช็อกโกแลต ไส้อินทผลัม มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม แบบนี้




ระหว่างเล่าเมลิกัต ทุกครั้งเมื่อมีการกล่าวถึงฮามานจะมีการหมุน ratchet หรือที่เรียกว่า noisemaker แต่ในศาสนายูดายเรียกว่า gragger , grogger เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่หมุนแล้วจะเกิดเสียง
เหตุผลที่หมุนเพราะเนื่องจากฮามานข่มเหงชาวยิวจึงควรกลบๆชื่อของเขาไว้..ประมาณนั้นน่ะ

ส่วนปูริมที่เฉลิมฉลองในเยรูซาเลม คือ ปูริมชูชาน (Purim Susham) จัดในพื้นที่ที่ครอบคลุมอยู่ในเขตกำแพงเมือง มีการสวดทาคานัน(Tachanun) ปกติเทศกาลปูริมจะจัดในวันที่14ของเดือนอาดาร์แต่ปูริมชูชานจัดวันที่15 (ผปค - ถ้าอ่านผิดขออภัย ซูซาเป็นชื่อเมืองที่ปัจจุบันอยู่ที่อิหร่าน เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซีย ชื่อเมืองเรียกว่าซูซา(Susa)แต่ไม่ทราบว่าเสียงฮีบรูเขาออกกันยังไง )
ที่เมืองซูซา เมืองหลวงของจักรวรรดิเปอร์เซีย ชาวยิวได้เอาชนะศัตรูของพวกเขาในวันที่13-14 และได้พักผ่อนในวันที่15 (อสธ 9:20-22) เพื่อเป็นการระลึกถึงเรื่องนี้ จึงมีการลงมติกันว่าวันที่ได้รับชัยชนะก็สมควรเฉลิมฉลอง จึงจัดงานกันในวันที่14 แต่สำหรับชาวยิวที่อาศัยในซูซากลับฉลองวันที่15 
ต่อมา เพื่อแสดงความเคารพถึงกรุงเยรูซาเลม นักปราชญ์ระบุว่าปูริมจะจัดในวันที่15 ในเมืองที่ล้อมรอบด้วยกำแพงในช่วงเวลาที่โยชูวาได้รับชัยชนะเหนือดินแดนอิสราเอล
ดังนั้นชาวยิวส่วนใหญ่จึงเฉลิมฉลองในวันที่14 แต่สำหรับฃาวยิวในเมืองซูซาหรือที่อาศัยอยู่ภายในเขตกำแพง จะเฉลิมฉลองในวันที่15 (ถึงแม้ว่าเมืองซูซาจะไม่ได้อยู่ในกำแพงก็ตาม แต่ก็เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นที่นั่น)
ด้วยเหตุผลนั้นจึงมีข้อสงสัยว่าในปัจจุบันเมืองใดบ้างที่อยู่ในเขตกำแพง? ในเมืองบางเมืองอย่างเช่นเฮโบรน ทิเบเรียส อักโก กาซา กุชฮาลาฟ ไฮฟา จัฟฟา โลด เชเคม ฯลฯ จัดงานวันที่14 และอ่านเมลิกัทในวันที่15 ชาวยิวในแบกแดด ดามัสกัส ปราก ก็จัดอย่างนั้นเช่นกัน มีเพียงเมืองเดียวที่จัดในวันที่15 ซึ่งคือเยรูซาเลม
ภายนอกกรุงเยรูซาเลมก็มีชาวยิวที่สวมเสื้อผ้าสำหรับวันหยุดในวันซูซาปูริม เข้าร่วมทิช หรีือแม้กระทั่งให้ของขวัญที่เรียกว่ามิชโลอาคฮ มันโนท อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ข้อผูกมัดทางศาสนา แต่เป็นการกำหนดขึ้นเอง

หากชูชานปูริมตรงกับวันชาบัท จะเรียกว่า ปูริมเมชูลาช (Purim Meshulash) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเกิด การอ่านเมลิกัทและการบริจาคทานขององค์กรกาลกุศลจะทำในวันศุกร์ที่14 เรียกว่า ปูริมเดอพราโซส (Purim dePrazos) ส่วนการสวดอัล ฮา-นิซซิม จะสวดในวันชาบัท(15) 

ในช่วงปีอธิกสุรทินบนปฏิทินฮีบรู ปูริมมีการเฉลิมฉลองในเดือนที่สองของอาดาร์ วันที่14ของเดือนอาดาร์ในปีนั้นจะเรียกว่า ปูริมคาทาน(Purim Katan) ภาษาฮีบรูแปลว่า little purim และวันที่15เรียกว่า ชูชานปูริมคาทาน 

....จบเถอะ
 
ถ้าอ่านจบก็...ขอบคุณ
หรือถ้าคิดว่ายาวไปไม่อ่าน ก็ขอบคุณ...ที่อุตสาห์แวะมาดู
 
ส่วน welcome to my place ดูท่าผปค.จะมีปัญหากับงานนี้เหลือเกิน.. /ก่ายหน้าผาก/ คอมเสียบ้างล่ะ 502 504 บ้างล่ะ อาจส่งล่าช้าสักหน่อย หรือถ้าขี้เกียจ..เธอบอกว่าอาจไม่ส่ง /ถอนหายใจ/
 
 
---------------
 
จบแล้ว 55 
เจอกันเอนทรี่หน้าา ; 7;/

 

edit @ 15 Mar 2014 16:59:54 by 西 ▪ west

edit @ 17 Mar 2014 17:21:42 by 西 ▪ west

edit @ 17 Mar 2014 20:00:25 by 西 ▪ west

Comment

Comment:

Tweet