[EWAW2] ส่งตัวละคร Jerusalem - Israel ✡

posted on 12 Aug 2013 10:27 by seiji606 in ewaw
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia
 
ซึ่งสมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ 
 
และทุกส่วนของคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 
 
 
ชื่อเมือง เยรูซาเลม [Jerusalem] /ภาษาฮีบรู Yesushalayim יְרוּשָׁלַיִם
ทวีป เอเชีย [ตะวันออกกลาง]
ประเทศ อิสราเอล
ชื่อมนุษย์ ซาเล็ม เมลคีเซเดค [Salem Melchizedek]
อายุ 18
เพศ ชาย
แผนการเรียน วิทย์
สีผม น้ำตาลเข้ม
สีตา น้ำเงิน 
ส่วนสูง ประมาณ175
น้ำหนัก 63
 
 
 
"เยรูซาเลมเป็นจิ๊กซอว์ที่สวยงามชิ้นหนึ่งในสถานที่นี้(อิสราเอล) ไม่ว่ายิว มุสลิม หรือคริสต์ ถ้าเอาชิ้นส่วนไหนออกไป ทั้งหมดก็พัง ไม่สวยงาม"
 
 
เครดิตข้อมูล - วิกิ / follow the steps of jesus / grace zone / คัมภีร์ไบเบิล / หนังสือเที่ยวรอบโลกชุดดินแดนในฝัน อียิปต์และเสน่ห์แห่งทะเลทราย / รายการพื้นที่ชีวิต - เยรูซาเลม / หนังสือ ทำไมต้อง'อิสราเอล' / คู่มือศึกษาพระธรรมสดุดี+เบญจบรรณ / ฯลฯ เยอะ [?]
 
 
ธง/ตราประจำเมือง (Cr.วิกิ)
 
  Emblem of Jerusalem
 
 
สถานที่ตั้ง (Cr.วิกิ)
 
 
 
ข้อมูลเมือง
- เมืองหลวงของอิสราเอล 
- ตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศ 
- บริเวณที่เป็นยอดของเทือกเขายูเดีย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 700-800 เมตร 
- ตลอด8ปีที่ผ่านมา มีการเจริญเติบโตด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
- ชื่อเล่น House of the Holiness /The Holy City
- เป็นแหล่งกำเนิดความเชื่อและสันติ
- เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก
- เป็นเมืองแห่งความทารุณโหดร้าย เมืองแห่งสงครามและการหลั่งเลือด
- เป็นเมืองที่มีการสู้รบมากกว่าเมืองอื่นใดในโลก
- ถูกล้อมมากกว่า 50 ครั้ง ถูกยึด 36 ครั้ง แม้จะมีกำแพง ประตูเมืองเป็นหินใหญ่โต แต่ก็ถูกทำลายมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง
- ศูนย์กลางนครกรุงเยรูซาเลมปัจจุบัน อยู่ที่เมืองเก่า (The Old City) มีกำแพงเมืองใหญ่โต กำแพงนี้สร้างเมื่อปีคศ1536 โดยสุลต่านสุไลมานมหาราช (ชาวเติร์ก) ความยาวโดยรอบยาวกว่า 4 ก.ม. ความสูงโดยเฉลี่ย 13 เมตร (ประมาณตึก 4 ชั้น) มีหอหรือป้อมเป็นระยะๆ 34 หอ
- ถนนทั้งหมดในเขตเมืองเก่าสร้างด้วยหินสีขาวอมเหลือง
 
 
 
 
- ภายในเขตเมืองเก่าแบ่งเป็น4เขต เขตของคนยิว คริสต์ อิสลาม อาร์เมเนียน
 
- ในเขตของชาวยิว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำแพงร้องไห้หรือกำแพงตะวันตก (wailing wall / western wall) เป็นกำแพงสูงใหญ่ด้านทิศตะวันตกของเนินพระวิหาร หรือภูเขาโมรียาห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโดมแห่งศิลา ที่เป็นสุเหร่ามุสลิม
- เป็นสัญลักษณ์ของการที่คนอิสราเอลได้หวนกลับคืนมาสู่แผ่นดินพันธสัญญา เป็นสักการสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของคนยิว และเป็นที่นมัสการและอธิษฐานภาวนาสำหรับคนทั่วไป กำแพงนี้จึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่ากำแพงร้องไห้ กำแพงนี้เป็นส่วนที่คงเหลือจากกำแพงพระวิหารหลังที่สอง ที่สร้างเริ่มขึ้นตั้งแต่ ศตวรรษที่ 6 ก่อน ค.ศ. ในปีที่ 37 ก่อน ค.ศ. เฮรอดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ของชายิว พระองค์ได้ปรับปรุงกรุงเยรูซาเลมให้สวยงาม และสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตและสวยงามกว่าพระวิหารของกษัตริย์ซาโลมอน เพื่อเป็นการเอาใจชาวยิว
- ผู้แสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลก จะมาที่นี่เพื่อนมัสการและสวดภาวนา มีหลายคนที่จะเขียนคำอธิษฐานภาวนาลงในกระดาษชิ้นเล็กๆ และพับสอดเข้าไประหว่างก้อนหินก้อนใหญ่ๆของกำแพง
- ชาวยิวถือว่าดินแดนอิสราเอลเป็นดินแดนสำคัญที่พระเจ้ามอบให้ยิว ชาวยิวทั่วโลกจึงกลับมาตั้งรกรากที่นี่และก่อตั้งรัฐอิสราเอลในปี2490 ซึ่งตอนนั้นพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกชาวอาหรับครอบครองอยู่จึงทำให้เกิดการแบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็นสองส่วน นำมาซึ่งการขัดแย้งจนถึงปัจจุบัน
 
- สำหรับมุสลิม เป็นเมืองที่มีความสำคัญอันดับสามรองจากเมกกะและมาดินาห์
- บริเวณโดมแห่งศิลา(dome of the rock) เป็นบริเวณที่เชื่อว่านบีมูฮัมหมัดเสด็จสู่สวรรค์
- โดมแห่งศิลา สร้างขึ้นสมัยออตโตมัน มีเรื่องเล่าว่านบีมูฮัมหมัดเคยเดินทางมาที่หินก้อนนี้ มายืนบนหินก้อนนี้และขึ้นสู่สวรรค์ไปหาพระเจ้าเพื่อขอให้มีการละหมาด5ครั้ง (ตอนนั้นมีการละหมาดหลายครั้ง บางวันเป็นร้อยๆ คนทำไม่ไหว) แสะเสด็จกลับลงมาที่หินก้อนนี้ 
- การทำละหมาดที่มัสยิดอัล-อักซาร์ มีค่าเท่ากับการทำละหมาดที่มัสยิดอื่น500ครั้ง
 
- ในย่านเมืองเก่า สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์จะเริ่มจากถนน via dolorasa หรือ ถนนแห่งความเศร้า ในเส้นทางที่พระเยซูถูกไต่สวนที่ศาล ถูกบังคับให้แบกไม้กางเขนไปสู่กองพระธาตุและถูกตรึงไม้กางเขน ทุกวันนี้มีการกำหนดจุดต่างๆตามเส้นทางทั้งหมด14แห่งเพื่อระลึกถึงความทรมานและความเสียสละของพระองค์
จุดที่1 สถานที่ที่พระเยซูถูกไต่สวน ปัจจุบันคือวิทยาลัย el-omariyeh
จุดที่2 church of the comdemnation สร้างขึ้น ณ จุดที่พระเยซูถูกตัดสินพิพากษาและถูกโบย
จุดที่3 จุดที่พระเยซูล้มลงเป็นครั้งแรกในการแบกไม้กางเขน
จุดที่4 พระเยซูเห็นพระแม่มารีย์ตรงจุดที้ ท่ามกลางคนที่มามุงดู
จุดที่5 ด้วยบาดแผลที่ถูกโบยตีและบาดแผลจากมงกุฏหนามทำให้พระเยซูดูเหมือนจะอ่อนแรงและแบกกางเขนต่อไปไม่ไหว ทหารโรมันจึงให้ไซมอน ชาวไซรีน (simon the cyrene) ช่วยแบกไม้กางเขนตรงจุดนี้
จุดที่6 จุดที่นางเวโรนิกาใช้ผ้าซับพระพักตร์ของพระเยซู
จุดที่7 พระเยซูล้มเป็นครั้งที่2
จุดที่8 เมื่อพระเยซูเห็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มามุงดูอยู่ร้องไห้ด้วยความสงสารพระองค์ พระองค์จึงบอกว่าให้ร้องไห้เพื่อตนเองและเพื่อลูกหลานของพวกตน อย่าร้องเพื่อพระองค์เลย
จุดที่9 พระเยซูล้มครั้งที่3 (จากจุดนี้จะเข้าสู่พระวิหารหลุมฝังศพอันศักดิ์สิทธิ์ (holy sepulchre) และจุดต่อไปจะอยู่ในตัวโบสถ์)
จุดที่10 พระเยซูถูกเปลื้องชุดที่ทรงอยู่
จุดที่11 ทหารโรมันตอกตะปูยึดพระหัตถ์และพระบาทของพระองค์ลงไม้กางเขน
จุดที่12 แล้วไม้กางเขนก็ถูกยกขึ้นปักลงบนรอยแยกของเนินหิน ปัจจุบันจุดนี้เป็นแท่นบูชาและมีช่องให้สอดมือเข้าไปสัมผัสหินที่ปักไม้กางเขน
จุดที่13 เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วพระเยซูถูกนำลงจากไม้กางเขน พระแม่มารีย์มารับพระศพที่จุดนี้
จุดที่14 หลุมฝังศพของพระเยซูก่อนที่จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาในเช้าวันอีสเตอร์
- ชาวคริสต์เชื่อว่าพระเยซูจะเสด็จกลับโลกมาอีกครั้งที่เมืองนี้
- ย้อนกลับไปสมัยอับราฮัม สมัยนั้นได้เกิดเรื่องขึ้นคือการที่อับราฮัมยินดีถวายลูกชายของตัวเองให้เป็นเครื่องบูชาต่อพระเจ้าบนภูเขาไซนาย แต่ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ยกลูกชายให้พระเจ้า เพียงแค่เขาแสดงให้พระเจ้าเห็นว่าเขายินดีที่จะทำเช่นนั้น หลังจากนั้นเขา(อับราฮัม)ก็คือกษัตริย์ดาวิดผู้สร้างอาณาจักรนี้ ลูกชายเขาคือกษัตริย์ซาโลมอน ผู้สร้างวิหารขึ้นที่นี่ 
- หลังจากนั้นพันกว่าปีต่อมาพระเยซูก็เสด็จมาที่นี่ 
 
- เรียกได้ว่าเมืองนี้เป็นศูนย์กลางของพื้นฐานทางศาสนายูดาย คริสต์ อิสลาม อย่างแท้จริง ทุกวันนี้กลุ่มศาสนาอื่นๆก็รวมอยู่ที่นี่ด้วย
- ในเขตเมืองใหม่ เป็นบริเวณที่ทันสมัยเทียบเท่าตะวันตก ต่างจากเขตเมืองเก่าโดยสิ้นเชิง
 
- ภูมิอากาศของเมืองนี้เป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน (ร้อนและแห้งแล้งในฤดูร้อน อบอุ่นในฤดูหนาว) เกิดละอองหิมะเพียงครั้งสองครั้งในช่วงฤดูหนาว 
 
 
ประตูที่กำแพงเขตเมืองเก่า
 
 
ทิศเหนือ
- ประตูใหม่ (New Gate) เป็นประตูสุดท้ายที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 
- ประตูเฮโรด (Herod's gate) ติดกับย่านชาวอาหรับ
- ประตูดามัสกัส (Damascus Gate) เป็นประตูที่สง่างามที่สุดเปิดสู่บริเวณจัตุรัสโรมัน
 
ทิศใต้
- ประตูดังหรือประตูขยะ (Dung Gate) ขยายให้กว้างขึ้นในศตวรรษนี้ เพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ประตูทิศตะวันตก ที่ได้ชื่อประตูขยะเพราะ ในปี ค.ศ. 132 จักรพรรดิเอเดรียน เข้ามาปราบกบฎชาวยิว และสร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ มีการสร้างสักการสถานบูชาเทพเจ้าโรมันบนซากวัดและธรรมสถานของชาวคริสต์และชาวยิว อีกทั้งห้ามชาวยิวเข้ามาในเมืองเด็ดขาด ชาวยิวโกรธแค้นมาก จึงเอาขยะมาทิ้งที่หน้าประตูนี้
- ประตูศิโยน (Zion Gate) มีรูกระสุนที่เกิดจากการต่อสู้ในสงครามปี ค.ศ.1948
 
ทิศตะวันออก
- ประตูสเตเฟน (St. Stephen's Gate) สุลต่านสุไลมานสั่งสร้างประตูนี้ ในปี ค.ศ.1530
- ประตูทอง (Golden Gate) หรือเรียกว่า ประตูแห่งความเมตตา (Gate of Mercy) สร้างขึ้นในสมัยแรกๆ และพวกเติร์กได้ปิดประตูนี้ในศตวรรษ ที่ 7
 
ทิศตะวันตก
- ประตูจัฟฟา (Jaffa Gate) เป็นประตูหลักที่เข้าสู่เมืองเก่าจากเยรูซาเลมตะวันตก
 
ภาษา
อิสราเอลมีภาษาราชการสองภาษาคือฮีบรูและอาหรับ ฮีบรูเป็นภาษาหลัก มีใช้กันมาก ส่วนอาหรับพูดกันในประชากรชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ที่นี่ ชาวอิสราเอลหลายคนสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่ในเกณฑ์ดี รายการโทรทัศน์จำนวนมากมีการออกอากาศเป็นภาษาอังกฤษและมีรายการสอนภาษา ในฐานะที่เป็นประเทศของผู้อพยพจากหลายๆที่จึงสามารถได้ยินภาษาที่แตกต่างกันบนท้องถนน เนื่องจากการอพยกจากอดีตสหภาพโซเวียต(รัสเซีย)และเอธิโอเปีย ภาษารัสเซียและอัมฮาริกจึงมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ส่วนภาษาฝรั่งเศสมีใช้ประมาณ700,000คนในอิสราเอล ส่วนมากมีต้นกำเนิดมาจากทางฝรั่งเศสและแอฟริกาเหนือ
 
 
ประวัติ
**ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ใช้เป็นแบบKJVภาคภาษาไทย (King James Version)
 
ถ้าขี้เกียจอ่านก็เลื่อนไปดูไทม์ไลน์ด้านล่างได้ครับ
 
 
 โอ เยรูซาเลมเอ๋ย ถ้าข้าพเจ้าลืมเธอก็ขอให้มือขวาของข้าพเจ้าลืมฝีมือเสีย
ขอให้ลิ้นของข้าพเจ้าเกาะติดเพดานปากของข้าพเจ้า ถ้าว่าข้าพเจ้าไม่ระลึกถึงเธอ ถ้าว่าข้าพเจ้ามิได้ตั้งเยรูซาเลมไว้เหนือความชื่นบานอันสูงที่สุดของข้าพเจ้า (สดุดี137:5-6)
 
ลึกที่สุดในดวงใจนานเท่านาน จิตวิญญาณของชาวยิว ก็ยังคงแข็งแกร่งมุ่งไปหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่ ทซิโยน ที่มีดวงตามองอยู่ความหวังของเรา ไม่เคยสูญสิ้นความหวังที่มีมา 2000 ปีที่จะเป็นชาติที่อิสระในดินแดนของเราดินแดนแห่ง ทซิโยนและเยรูซาเลม - คำแปลเพลงฮาทิควา (Hatikvah) เพลงชาติอิสราเอล (Cr.วิกิ)
 
ถ้าพารากราฟไหนอ่านแล้วงงๆแสดงว่าแปลมาจากภาษาอังกฤษครับ

เมืองนี้ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในพระคัมภีร์สมัยอับราฮัมโดยมีชื่อว่า ซาเล็ม ความหมายว่า สันติสุข
เมลคีเซเดคกษัตริย์เมืองซาเล็มได้นำขนมปังและน้ำองุ่นมาให้ และท่